ศิลปะรับใช้การเมือง เรื่องที่หลายคนคาดไม่ถึง

ศิลปะรับใช้การเมือง-เรื่องที่หลายคนคาดไม่ถึง

ศิลปะกับการเมืองนั้นเป็นของคู่กัน หลาย ๆ คนได้ฟังอย่างนี้คงจะไม่ค่อยเชื่อซักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำก็น่าจะโต้แย้งด้วยอีกว่า ศิลปะก็คือศิลปะ การเมืองก็คือการเมือง การพูดแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไม่มีความรู้ ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์เอาเสียเลย

ความเชื่อมโยงของศาสตร์ทั้งสองแขนงนั้นเริ่มเห็นเด่นชัด ณ ประเทศฝั่งตะวันตก เนื่องจากความรุ่งเรืองของศิลปะ ทำให้พวกกวีศิลป์และศิลปินเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ย้อนกลับไปในสมัยของการริเริ่มการปฎิวัติฝรั่งเศส ศิลปินวาดภาพ ฌาคส์-หลุยส์ ดาวิด ที่กำเนิดขึ้นยุคนีโอคลาสสิกของฝรั่งเศสนั้นโด่งดังเป็นอย่างมาก ศิลปินผู้นี้ กลายเป็นภาพสะท้อนผ่านมุมมองออกมาอย่างชัดเจนว่า

แท้จริงแล้ว…ภายใต้การเมืองที่ตกต่ำของฝรั่งเศสขณะนั้น ศิลปะเป็นผู้หนุนหลังอยู่ เพราะเขาคือหนึ่งในผู้ปฏิวัติฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 และได้ทำการวาดภาพต่าง ๆ ไว้มากมาย ภาพชื่อดังที่ทำให้เรารู้จักเขาก็คือ ภาพวาดการตายของ Jean-Paul Marat ที่ถูกลอบฆ่าโดยหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Charlotte Corday หญิงสาวผู้เชื่อว่าการจบชีวิต Marat จะป้องกันการเกิดสงครามกลางเมืองและช่วยยุติความรุนแรงปั่นป่วนทั่วประเทศได้ ฌาคส์-หลุยส์ ดาวิดเขียนภาพ The Death of Marat เพื่อเป็นอนุสรณ์การจากไปของเพื่อนของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม

Pietà of the Revolution

ภาพนี้มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับประติมากรรม Pietà ของ Michelangelo จนถูกเรียกขานเป็น “Pietà of the Revolution” และกลายเป็นหนึ่งในภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขา เป็นการสะท้อนความคิดทางการเมืองของฌาคส์-หลุยส์ ดาวิด แบบหาได้ที่สุดไม่ได้ ชี้ให้เห็นว่าเขาเห็นด้วยกับการปฎิวัติครั้งนี้ นอกจากภาพวาดอันเลอค่าแล้ว การสร้างสถาปัตยกรรมมากมาย ก็ถือเป็นตัวแทนของศิลปะเช่นเดียวกัน การสร้างพระราชวังต่าง ๆ ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงวิธีการปกครองในสมัยนั้นได้ดีทีเดียว ตัวอย่างเช่น พระราชวังแวร์ซาย ในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่กษัตริย์ต้องการความหรูหรา โออ่า ไม่สนวิถีชีวิตราษฎร จนกลายเป็นปัญหาและนำไปสู่การนองเลือดครั้งสำคัญของฝรั่งเศสในที่สุด

ความรุ่งเรืองของศิลปะมีความแปรผันตรงกับคุณภาพทางการเมือง ประชาธิปไตยย่อมนำมาสู่ความคิดทางอิสระ ไม่จำกัด สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ถูกกีดกัน ทำให้เกิดศิลปินหน้าใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา และสุดท้ายเราก็จะให้คุณค่ากับงานศิลปะ ยอมใช้เงินจำนวนมากแลกกับงานเพียงชิ้นเดียว เพราะเราซื้อคุณค่าของผลงาน ดังนั้นจึงไม่แปลกถ้าวันนี้เรามองไปยังประเทศโลกที่ 1 จะค้นพบว่าทำไมศิลปะที่นู้นจึงมีมูลค่ามหาศาล นั่นก็เพราะการเมืองของประเทศโลกที่ 1 คือความเสรี สามารถกล่าวได้เต็มปากว่าศิลปะรับใช้การเมืองมาอย่างยาวนานแล้ว…

 

 

ตามรอยคำว่า”ศิลปะ” เรื่องที่มากกว่าการวาดภาพ

ตามรอยคำว่า”ศิลปะ”-เรื่องที่มากกว่าการวาดภาพ

หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “ศิลปะ” เป็นอย่างดี เพราะเป็นคำที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ศิลปะนั้นหมายถึง ผลแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่แสดงออกมาในรูปลักษณะต่าง ๆ ให้ปรากฏซึ่งสุนทรียภาพ ความประทับใจ หรือความสะเทือนอารมณ์ ตามประสบการณ์ รสนิยม และทักษะของบุคคลแต่ละคน จากความหมายดังกล่าวเป็นเพียงแค่นิยามที่ใครคนใดคนหนึ่งเขียนขึ้นมา เพราะจริง ๆ แล้วความหมายของศิลปะได้ถูกตีแพร่ไปหลายรูปแบบ ตามทักษะและความเข้าใจของคน ๆ นั้น

มนุษย์เป็นคนสร้างสรรค์ศิลปะออกมา เปรียบได้กับตัวแทนของบุคคลนั้น ๆ หลายครั้งที่จิตรกรสื่ออารมณ์ ความรู้สึก และความคิด ณ ช่วงเวลาหนึ่งผ่านผลงานของตัวเอง แฟน ๆ ของเหล่าศิลปินก็เลือกที่จะเสพผลงาน โดยแท้จริงแล้วพวกเขากำลังเสพจิตวิญญาณของผู้รังสรรค์ต่างหาก ศิลปะเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ตามการมีอยู่ของมนุษย์ ผลงานชิ้นแรกที่มนุษย์สร้างขึ้นก็อยู่ในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ การเขียนฝาผนังถ้ำก่อกำเนิดขึ้น แล้วการเขียนผนังถ้ำบ่งบอกอะไรแก่พวกเราบ้าง

ถ้าเราอ้างกันด้วยตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว มนุษย์ใช้สมองซีกขวาในการจิตนาการ ใช้ความรู้สึกนำทาง การริเริ่มเขียนผลงานของมนุษย์ ณ ขณะนั้น คือก้าวสำคัญที่ทำให้มีงานศิลป์มากมายให้เราได้ชมเชยในทุก ๆ วันนี้ งานศิลปะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีหลายยุคหลายสมัย แต่ละยุคก็จะถือกำเนิดศาสตร์ใหม่ ๆ ที่อยู่ในกรอบของศิลปะเสมอ เราพูดได้อย่างเต็มอกว่าศิลปะถูกตีคู่มากับประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีสืบหาเรื่องราวในอดีตได้จากหลักฐานที่มนุษย์ได้สร้างไว้ ถ้าหากไม่มีศิลปะ เผ่าพันธุ์ของมนุษย์ก็คงจะถูกลบเลือนไปตลอดกาล ไม่มีร่องรอยของอารยธรรมโบราณให้เราได้สืบทอด เรียนรู้ และหลงใหลไปกับมัน

เรามีอารยธรรมศิลปะ

ในปัจจุบันนั้นศิลปะถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราสามารถสังเกตได้จากการมีหอศิลป์ หรือพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาของล้ำค่าอย่างดี เพราะของเหล่านี้ไม่สามารถตีหามูลค่าไหน ๆ ได้ เปรียบดั่งคุณค่าทางจิตใจและวัตถุ แต่ข้อจำกัดของศิลปะก็ยังมีอยู่มากมายบนโลกนี้ ประเทศที่เจริญแล้วเท่านั้น ที่จะให้ความสำคัญแก่งานศิลปะ เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส หรืออิตาลี

กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมากที่บางครั้งคนที่รักในศิลปะ ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนรู้แบบจริงจังได้ ทำให้พวกเขาต้องตัดโอกาสและความฝันของตัวเองไป โดยเฉพาะในประเทศไทยที่การวัดคุณค่าทางงานศิลป์ยังเป็นเรื่องที่ไม่แพร่หลายเอาเสียเลย ศิลปินหลายคนไม่สามารถเบิกทาง เบิกโอกาสของตัวเองให้ถึงที่สุดได้ ไม่สามารถพัฒนาฝีมือส่งออกได้ เป็นเรื่องน่าเศร้ามาก บางทีประเทศของเราอาจจะมีศิลปินที่เก่งกาจระดับโลกก็เป็นได้

 

จิตนาการสำคัญกว่าความรู้

จิตนาการสำคัญกว่าความรู้

จิตนาการสำคัญกว่าความรู้ (Imagination is more important than knowledge)ประโยคเด็ดที่ใครหลาย ๆ คนรู้ ไม่มากก็น้อยก็คงจะโดนคนอื่นบอกด้วยประโยคดังกล่าว จริง ๆ แล้วเจ้าของประโยคสุดจ๊าบนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชาวยิวที่โด่งดังก้องโลก เพราะความฉลาดของเขานั้นไม่มีเล่น ๆ สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบได้ก็เพราะผลงานของเขานี่แหละ พ่วงมาด้วยเจ้าของสมการฟิสิกส์สุดแสนคลาสสิคที่หลายคนรู้ แต่ทำไมนักวิทยาศาสตร์ผู้มากไอคิวผู้นี้ถึงลั่นวาจาเช่นนี้ออกมา นั่นก็เพราะมันมีบทพิสูจน์อยู่

ศิลปะนั้นมีความสำคัญต่อสมองของมนุษย์เป็นอย่างมาก นักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง (neuroscientist) ซึ่งค้นพบว่าการที่เซลล์สมองมาต่อเชื่อมกันเป็นวงจรประสาท (neural circuit) เป็นปัจจัยที่ทำให้มนุษย์ฉลาด ยิ่งเซลล์เหล่านี้ต่อเชื่อมกันเป็นวงจรและจัดระเบียบกันได้ดีมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้การพัฒนาสมองมนุษย์มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งศิลปะสามารถช่วยในส่วนนี้ได้ เพราะการที่เราจดจ่อกับงานศิลปะซักชิ้นนึง สมองต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ เช่น การกระตุ้นและท้าทายความคิด การฝึกแก้ปัญหาและฝึกจินตนาการของมนุษย์

อีกทั้งกิจกรรมทางศิลปะยังมีส่วนช่วยในการเคลื่อนที่ของสมองอีกด้วย การเคลื่อนไหวประสานกันของมือไม้แขนขาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นสมองส่วนหน้า (cerebral cortex) สมองส่วนกลาง (parietal lobe) สมองน้อย (cerebellum) หรือสมองส่วนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับอารมณ์ (amygdala) นี่คือความชัดเจนของกิจกรรมศิลปะที่มีต่อสมองมนุษย์ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองได้นำมาให้เรารับรู้ แค่นี้เราก็สามารถเข้าใจได้แล้วว่า ทำไมเด็กเล็ก ๆ ระดับอนุบาลถึงต้องเรียนวิชาศิลปะ นั่นก็เพราะกิจกรรมเหล่านี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองแบบเต็ม ๆ ทำไมเด็ก ๆ มีพัฒนาการที่ดีและมีประสิทธิภาพ

เด็ก-ๆ

การเรียนศิลปะให้ได้ผล ครูผู้สอนต้องไม่มีการตีกรอบทางความคิด ต้องไม่ใช้ความกดดันกับผู้เรียน เพราะจริง ๆ แล้วการสร้างสรรค์งานศิลปะ ก็คือการบอกเล่าเรื่องราวผ่านทางความคิด ความรู้สึก อารมณ์ขณะที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ เพราะศิลปะคือถือได้ว่าเป็นอีกภาษาหนึ่งของมนุษย์ เป็นภาษาสากลที่สามารถสื่อออกมาตามเจตนารมณ์ผู้ทำ

อีกทั้งครูผู้สอนต้องกล่าวให้กำลังใจเด็กทุกครั้ง ไม่ควรเยาะเย้ย ชื่นชมผลงาน เพราะทำให้วงจรสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองตนเอง การยอมรับนับถือตนเองและผู้อื่นมีความเข้มแข็งขึ้น ศิลปะมีข้อดีกว่าที่เราคิดไว้เยอะมาก แค่หยิบกระดาษขึ้นมาวาดรูปหนึ่งแผ่น สมองก็ทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ดังนั้นการเริ่มเรียนศิลปะในวันพรุ่งนี้ หรือการใช้เวลาว่างคิดถึงสิ่งที่เราอยากวาด อยากเขียน ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมไม่น้อยเลย

 

ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับการพนันที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน

Gambling-Painting

งานศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลกใบนี้มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตามความเป็นศิลปะล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แม้แต่การพนันที่หากมองให้ลึกลงไปก็จะเห็นว่ารูปต่าง ๆ ในไพ่แต่ละใบถูกคิดค้นออกแบบทั้งลวดลายและสีสันด้วยความเป็นศิลปะทั้งสิ้น จึงเป็นข้อสรุปได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับการพนันถูกพัฒนามาโดยตลอด จนเข้าสู่การเล่นคาสิโน ใครที่เคยไปจะพบว่าภายในคาสิโนต่าง ๆ จะมีการนำเอางานศิลปะมาประดับประดาตกแต่งช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและจิตใจที่เย็นลง

งานศิลปะอันแสนงดงามกับการนำมาใช้เป็นเครื่องประดับในคาสิโนทั่วโลก

อย่างที่กล่าวไปว่าหากใครเคยเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของคาสิโนจริง ๆ จะพบว่าภายในมีงานศิลปะแทรกตัวอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น โคมไฟ, ผนังรูปภาพ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือการผสมผสานระหว่างเรื่องราวของการเสี่ยงโชคและความสวยงามเอาไว้ในสถานที่เดียวกัน เป็นรูปแบบของการตกแต่งคาสิโนให้เหมือนว่าที่นี่คือพระราชวังพร้อมแจกเงินให้กับนักเดิมพันทุกคนหากสามารถเอาชนะได้ เสริมบรรยากาศแห่งความคลาสสิกได้อีกหลายเท่าตัว ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีงานศิลปะประดับไว้ในคาสิโนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงเป็นแรงบันดาลใจหลาย ๆ ด้านให้กับคนที่เข้าไปเล่นด้วย

Las-Vegas-Coney-Island-Boardwalk-Casino-Painting

เล่นการพนันไปพร้อมกับเสพงานศิลปะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

มันคือสิ่งที่ onlinebet99.com ใช้ในเว็บไซต์ของพวกเขาเพื่อทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกสบายใจกับอินเทอร์เฟซ

อย่างที่บอกว่าเรื่องของศิลปะกับการพนันเป็นของที่พัฒนาคู่กันมายาวนาน ดังนั้นคนที่เข้าไปเล่นในบ่อนคาสิโนที่ถูกประดับประดาตกแต่งด้วยชิ้นงานศิลปะทั้งหลายจะทำให้รู้สึกได้ถึงความเพลิดเพลิน ความสนุกสนานในการเล่นที่มากขึ้น ช่วงไหนที่กำลังมือตกอาจเบรกแล้วไปคิดอะไรเพลิน ๆ พร้อมกับมองความสวยงามของชิ้นงานศิลปะเหล่านั้นก็อาจได้แรงบันดาลใจที่ช่วยให้คุณกลับมาเล่นแล้วได้เงินอีกครั้ง หรือแม้แต่ใครที่คิดว่าการไปคาสิโนต้องไปลงทุนอย่างเดียว บางทีแค่ได้สัมผัสกับความสวยงามของชิ้นงานศิลปะต่าง ๆ ก็ช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นมาทันตาเห็นเลยทีเดียว เมื่อความสบายใจเกิดขึ้นอะไรก็ดูเป็นเรื่องง่ายไปเสียหมดทุกอย่าง งานศิลปะช่วยถ่ายทอดอารมณ์ สร้างความรู้สึกใหม่ ๆ ได้ดีแม้เป็นช่วงเวลาระหว่างเล่นคาสิโน

เห็นแบบนี้แล้วก็คงพอเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นว่างานศิลปะกับการพนันดูเป็นของที่แยกจากกันไม่ได้จริง ๆ มันคือความพิเศษที่โลกได้สร้างขึ้นจนเกิดความเหมาะสมพร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจต่าง ๆ ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ใครอยากเล่นเกมพนันเพลิน ๆ พร้อมชมความงดงามของศิลปะรับรองว่าจะต้องไม่ผิดหวังกับการนำมาผสมผสานได้อย่างลงตัวและดีที่สุด

4 สุดยอดศิลปินงานศิลปะระดับโลกที่ใครต่างก็ยกย่อง

เรื่องราวของศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลกใบนี้มาอย่างยาวนาน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกจับเอาแนวคิดตรงไหนมาสร้างสรรค์ความงามพร้อมถ่ายทอดความหมายได้อย่างลึกซึ้งมากกว่ากัน ตั้งแต่อดีตเรื่อยมามีศิลปินที่สร้างผลงานศิลปะระดับโลกเอาไว้มากมายถึงขนาดว่าจนทุกวันนี้ผลงานของพวกเขาก็ยังคงได้รับการพูดถึงอยู่ตลอด จึงอยากพามาทำความรู้จักกับ 4 สุดยอดศิลปินควรยกย่อง

  1. เลโอนาร์โด ดา วินชี

เลโอนาร์โด ดา วินชี

เจ้าของผลงานภาพวาดโมนาลิซ่าอันโด่งดังที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นภาพวาดหญิงสาวที่สวยที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีผลงานต่าง ๆ อีกมากมายที่เขาได้รังสรรค์ขึ้นมาพร้อมกลายเป็นภาพวาดงานศิลปะมูลค่าเปรียบไม่ได้ ไม่ใช่แค่งานด้านศิลปะแต่เขายังมีผลงานด้านวิทยาศาสตร์ที่คนทั่วโลกให้การยอมรับพร้อมกับถูกยกย่องให้เป็นศิลปินผู้ชาญฉลาดจากความรู้รอบด้านที่เขามีจนถูกขนานนามว่า บุรุษแห่งยุคเรอเนสซองส์

  1. วินเซนต์ แวนโก๊ะ

วินเซนต์ แวนโก๊ะ

สุดยอดศิลปินที่ผลงานของเขาบอกเล่าอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ถือเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีอิทธิพลมาก ๆ ในยุคของเขาแม้ว่าพฤติกรรมส่วนตัวจะไม่ค่อยดีนัก ชอบดื่มเหล้าจัด ไม่ทานอาหาร ไม่ดูแลสุขภาพจนกลายเป็นคนจิตไม่ปกติ แต่ถ้าเรื่องงานศิลปะใคร ๆ ก็ไม่สามารถเถียงได้ว่านี่คือหนึ่งในศิลปินที่เก่งที่สุดในโลกจนผลงานของเขายังคงได้รับการพูดถึงอยู่เสมอมาแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ก็ตาม

  1. ปาโบล ปิกัสโซ่

ปาโบล ปิกัสโซ่

ศิลปินผู้ได้รับการยกให้เป็นผู้มีอิทธิพลต่อศิลปะสมัยใหม่ในสไตล์ที่เรียกว่า คิวบิสม์ และถือเป็นศิลปินที่แปลกกว่าคนอื่นตรงที่เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในศิลปินระดับโลกตอนช่วงเวลาที่เจ้าตัวยังคงมีลมหายใจอยู่ จึงทำให้ใช้ชีวิตสุดหรูหราด้วยผลงานและเงินทองมากมายต่างกับศิลปินคนอื่น ๆ ที่โด่งดังหลังจากตนเองเสียชีวิตไปแล้วนั่นทำให้เขาเองสร้างสรรค์งานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

  1. ไมเคิ่ล แองเจโล่

ไมเคิ่ล แองเจโล่

รอบรู้ในด้านศิลปะแทบทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก, งานประติมากรรม, จิตรกร อยู่ในยุคเรอเนสซองส์เช่นเดียวกับ ดา วินชี่ ผลงานของเขายังคงถูกพูดถึงเสมอมาโดยเฉพาะงานด้านประติมากรรม เช่น รูปปั้น David, Pieta, Dying Slave, Madonna of Bruges, Creation of Adam, The Last Judgement ฯลฯ เรียกว่าใครมีความรู้ทางด้านนี้ต้องรู้จักผลงานของเจ้าตัวอย่างแน่นอน

ความเป็นศิลปินเอกของทั้ง 4 คนนี้ถือว่าสุดยอดและยากที่จะหาใครมาเปรียบได้ ถือว่าโลกของเราเองได้สร้างพรสวรรค์และความงดงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ

4 งานศิลปะ ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้แบบไม่รู้ตัว

การสร้างสรรค์งานศิลปะมักเป็นความสามารถพิเศษของแต่ละบุคคลที่รังสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้กลายเป็นความน่าสนใจจากสิ่งของธรรมดา แม้ใครจะมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นการทำในช่วงเวลาว่าง ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์แต่เมื่อลองมองความเป็นจริงก็มีงานศิลปะหลากหลายชนิดที่พลิกแพลงนำมาทำเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ และใครที่คิดว่าอยากหารายได้พิเศษจนกลายเป็นงานประจำด้วยฝีมือทางศิลปะอยากแนะนำ 4 ประเภทงานที่บอกเลยว่ามีเงินใช้ได้จริง

  1. สกรีนเสื้อลวดลายต่าง ๆ – ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยงานศิลปะอย่างการสกรีนเสื้อยังคงเป็นงานที่ได้รับความนิยมแบบไม่เสื่อมคลาย ด้วยความที่เสื้อผ้าเป็นของใช้สำหรับทุก ๆ คนต้องมีสวมใส่กันอยู่แล้ว การรังสรรค์ลายเสื้อสวย ๆ แล้วสกรีนออกมาเพื่อวางขายนับว่าเป็นไอเดียดี ๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนสร้างรายได้จากตรงนี้ชนิดว่าคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
  2. ทำงานปั้นดินเผา – งานศิลปะชนิดนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยากแต่ถ้าได้ลองศึกษาจริง ๆ จะพบว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด ใครมีพื้นฐานอยู่แล้วลองนำเสนอเครื่องปั้นดินเผาลวดลายแปลก ๆ พร้อมด้วยการสร้างสีสันให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น จากเครื่องปั้นธรรมดาก็สามารถสร้างมูลค่าในแบบที่คุณคาดไม่ถึงได้เหมือนกัน ไม่เชื่อลองทำกันดู
  3. เพนท์เซรามิค – งานเพนท์เซรามิคไม่ว่าจะเป็นจาน, ชาม, แก้ว, ถ้วยกาแฟ ถือเป็นไอเดียงานศิลปะที่อาจต้องใช้ความสามารถกันสักนิด แต่คงไม่ได้ยากเกินไปแน่นอนสำหรับคนที่มีหัวคิดในเรื่องนี้อยู่แล้ว ลำพังแค่แก้วธรรมดาอาจไม่ได้มีมูลค่าอะไรมากมายนัก ลองเปลี่ยนมาใช้การวาดรูปสวย ๆ เพนท์ลงไปให้เป็นลวดลายของเซรามิค จากนั้นลองนำไปวางขายหรือขายออนไลน์ดู ไม่แน่อาจสร้างรายได้ให้กับคุณแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
  4. งานเย็บปักถักร้อยต่าง ๆ – ปิดท้ายกันด้วยงานสไตล์สาว ๆ ที่อยากหาเวลาว่างมาทำงานศิลปะเพื่อสร้างรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับตนเอง การรังสรรค์ความสวยงาม ความน่ารักผ่านงานเย็บปักถักร้อยถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย อย่าลืมว่าของเหล่านี้ยิ่งทำออกมาสวยเท่าไหร่ก็สามารถทำเงินเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าได้มากเท่านั้น อีกอย่างคือของเหล่านี้ไม่มีหมดอายุ ใช้งานได้ตลอด เมื่อมีเทศกาลอะไรคนก็มักมองหาเอาไปเป็นของขวัญ รับรองว่ายิ่งทำสวยยิ่งรวยได้จริง

มองเห็นช่องทางในการสร้างเงินดี ๆ แบบนี้แล้วลองคิดดูว่าตนเองมีความสามารถในงานศิลปะทางด้านไหนแล้วเริ่มต้นกันตั้งแต่วันนี้ อย่าพึ่งคิดมากแต่ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ยังไงงานก็ต้องออกมาดีอย่างแน่นอน

คุณค่าที่มากกว่างานศิลปะสำหรับชิ้นงาน Handmade

ศิลปะ Handmade

การจะสร้างสรรค์งานศิลปะขึ้นมาสักชิ้นเพื่อให้กับคนที่รักไม่ว่าพ่อแม่, ญาติพี่น้อง, คนรัก ฯลฯ งานตัดสินใจเลือกงานประเภท Handmade หรืองานทำมือนับว่าเป็นอีกตัวเลือกชั้นดีที่ได้รับความนิยมสูงมาก ๆ แต่หลายคนยังอาจมองว่าทำไมต้องเสียเวลานั่งทำเอง ไปซื้อตามร้านต่าง ๆ ก็น่าจะได้แถมคุณภาพดีกว่าเยอะ จริง ๆ อยากอธิบายให้เข้าใจถึงคุณค่างานศิลปะประเภทชิ้นงาน Handmade ที่รับรองว่าจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ ๆ ได้อย่างแน่นอน
1. เป็นของที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น – แค่ข้อแรกก็พอมองเห็นภาพแล้วว่าการเลือกทำงานศิลปะประเภท Handmade เพื่อมอบให้กับคนที่คุณรักมันพิเศษมากขนาดไหน แม้ของเหล่านั้นอาจไม่ได้มีค่างวดอะไรมากมายแต่บอกเลยว่าความพิเศษของมันมีมากเกินคำบรรยายเพราะมันจะเป็นสิ่งของชิ้นเดียวในโลกที่คุณทำขึ้นมา และเขาคนนั้นก็จะเป็นคน ๆ เดียวที่ได้รับมันไป
2. ความตั้งใจที่คนรับสัมผัสได้ – เมื่อคนรับรู้ว่ามันคืองาน Handmade ที่คุณอุตส่าห์ตั้งใจทำขึ้นมาแม้ว่าไม่ได้สวยงามเลิศเลออะไรนัก แต่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่คุณเองพยายามทำให้ มันคือความรู้สึกลึก ๆ ที่อาจไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือการกระทำอะไรได้มากมายแต่เชื่อเถอะว่ามันจะทำให้เขารู้สึกประทับใจจนคุณคาดไม่ถึงแน่นอน
3. ความแตกต่างที่สร้างความพิเศษ – อย่างที่บอกว่าการเลือกสร้างสรรค์งานศิลปะประเภทงาน Handmade มันคืองานที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครสามารถทำมันออกได้แบบนี้ (แม้แบบจะเหมือนกันแต่ถ้าใส่รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปยังไงก็ต่าง) ไม่ใช่แค่การทำเพื่อส่งมอบให้เท่านั้นแต่ถ้าไอเดียดียังสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองได้อีกด้วย ถือว่ามีช่องทางดี ๆ เยอะมากทีเดียว
4. ไม่ต้องคิดมากกับราคาที่ต้องจ่าย – เรื่องค่าใช้จ่ายในยุคนี้เป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้าหากเลือกทำงาน Handmade ไม่ได้บอกว่าค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าแต่อย่างน้อยทุกครั้งที่คุณลงทุนซื้อวัสดุต่าง ๆ มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ไม่ได้รู้สึกว่าต้องคิดหน้าคิดหลังในการจ่ายเงินมากนัก แถมถ้าวัสดุเหล่านั้นเหลือยังเก็บไว้ใช้ทำอย่างอื่นได้อีก ไม่ต้องซื้อทีเดียวด้วยเงินจำนวนแพง ๆ แต่ได้ประโยชน์แค่ทางเดียว
คงมองเห็นภาพกันชัดเจนกันแล้วสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าเวลาเลือกซื้อของหรือลองทำชิ้นงาน Handmade ด้วยตนเองดู เชื่อเถอะว่ามันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คุณคิดแค่เริ่มต้นมองหาความถนัดของตนเองจากนั้นก็ลงมือทำตามขั้นตอนที่เหมาะสมได้เลย แค่นี้ชิ้นงานดี ๆ ก็จะออกมาให้ผู้รับได้สัมผัสแล้ว

งานศิลปะกับความพิเศษที่ช่วยสร้างสรรค์สังคม

ศิลปะและสังคม

หากเคยได้ยินมักมีคนพูดกันว่างานศิลปะมักสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับตนเองและผู้อื่นอยู่เสมอ นั่นคือเรื่องจริงที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนอย่างที่เขาว่ากันว่า ทุกชนชาติต้องมีศิลปะเป็นทุนเดิมในจิตใจกันอยู่แล้ว คำว่าศิลปะในที่นี้ไม่ใช่แค่การวาดรูป ระบายสี หรือการสร้างสรรค์ชิ้นงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่สร้างขึ้นมาโดยแนวความคิดเพื่อสังคม เช่น บทเพลง, หนังสือ ฯลฯ ซึ่งความพิเศษของงานศิลปะเหล่านี้ช่วยสร้างสรรค์สังคมในหลาย ๆ ด้านมากกว่าที่คุณคิด

  1. มุมมองสะท้อนที่ทำให้คนเห็นความแตกต่าง – สังเกตว่างานศิลปะมักไม่ใช้การสื่อความหมายเพียงด้านเดียวแต่ยังพยายามสร้างสรรค์มุมมองสะท้อนที่หลายคนในสังคมอาจลืมเลือนกันไปให้กลับมามีทัศนคติที่เปลี่ยนไปมากยิ่งขึ้น แม้อาจไม่ได้ทำให้ทุกคนคิดได้เหมือนกันแต่ถ้าเรื่องนั้นอย่างน้อยพลิกความคิดของคนที่เห็นผิดเป็นชอบได้ก็ถือว่าศิลปะไดทำหน้าที่ตรงนี้อย่างดีที่สุด
  2. มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจมากขึ้น – การมองเห็นงานศิลปะจะช่วยเพิ่มวุฒิภาวะให้กับคนทุกคนมากขึ้น ด้วยเรื่องราวที่ถูกนำเสนอขึ้นมาบางครั้งต้องใช้การตัดสินใจ ใช้มุมมองทางความคิดว่าเห็นความหมายเป็นอย่างบ้าง เรื่องเหล่านี้อาจไม่ได้สัมผัสโดยตรงแต่คนที่ชมงานศิลปะบ่อย ๆ จะรู้สึกทันทีว่าตนเองมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น มีหลักการเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์หรือความรู้สึกที่เป็นมาในอดีต
  3. เรียนรู้ในสิ่งที่เคยผิดพลาด – การสร้างสรรค์งานศิลปะให้กับคนในสังคมได้รับรู้ยังสามารถทำให้คนบางกลุ่มเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาดในอดีตเพื่อกลับมามองเห็นอนาคตหรือแนวทางข้างหน้าว่าควรทำอะไรต่อไป เช่น การทำงานศิลปะล้อเลียนการเมืองที่คงเห็นกันบ่อย ๆ เราทุกคนรู้ว่าความผิดพลาดในเรื่องเหล่านั้นคืออะไรและจะช่วยเพิ่มแนวทางการแก้ไขเพื่อทำให้สังคมมีสิ่งที่ดีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมโดยมีบทเรียนเหล่านั้นเป็นสิ่งเตือนใจ
  4. สร้างการแสดงออกให้กับตัวบุคคล – คนที่สร้างงานศิลปะชิ้นใดก็ตามขึ้นมานั่นหมายถึงเขาเองต้องคิดมาดีพอสมควรแล้วว่าจะนำเสนอเรื่องราวผ่านงานศิลปะในความหมายแบบไหน สังคมไทยเองเป็นสังคมประชาธิปไตย หากการแสดงออกใด ๆ ไม่ได้ไปล่วงเกินหรือมีเนื้อหาเหยียดหยามผู้อื่นย่อมทำได้อย่างเสรี ตรงนี้เองคือสิ่งที่ทำให้สังคมรับรู้ถึงแนวความคิดที่อาจเป็นเรื่องใหม่และเปลี่ยนแปลงโลกได้ในอนาคต

จะว่าไปงานศิลปะกับสังคมถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมานานแสนนาน หากคุณเองแม้ไม่ได้ชอบงานศิลปะมากนักแต่เชื่อเถอะว่ามันมักสะท้อนอารมณ์ บอกเล่าความรู้สึกลึก ๆ ในตัวเองได้เป็นอย่างดี เพราะมันคือสิ่งที่จรรโลงใจ